การปรับพลังงานคืออะไร? – ตอนที่ 1
.
.
หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า แอดทูน Attunement, Initiation, Transmission
หรือที่เรียกกันง่าย ๆ ว่า การปรับพลังงาน
แต่ยังสงสัยว่ามันคืออะไร? ทำเพื่ออะไร? และต่างจากการไปทำฮีลลิ่งยังไง?
วันนี้แอนจะค่อย ๆ อธิบายให้ฟังค่ะ
.
_____
.
การปรับพลังงาน คืออะไร?
.
ในสายพลังงาน การปรับพลังงาน คือกระบวนการที่ช่วยให้เรา
• เชื่อมต่อกับพลังงานบางประเภทได้โดยตรง
• ใช้พลังงานนั้นได้ด้วยตัวเอง
• และสามารถส่งพลังงานต่อให้ผู้อื่นได้
พูดง่าย ๆ คือ จากคนที่รับพลังงานอย่างเดียว
กลายเป็นคนที่ใช้พลังงานและส่งพลังงานได้เองค่ะ
.
บางคนเลยมีคำว่า แล้วต่างยังไงกับการไปฮีลลิ่ง แล้วมีคนส่งเรกิให้?
อันนี้ต่างกันชัดเจนค่ะ
.
การไปทำเซสชั่นฮีลลิ่ง
ฮีลเลอร์หรือผู้ฝึกเป็นคนส่งพลังงานให้
คุณเป็นผู้รับพลังงาน … แค่นอนเฉย ๆ ก็ได้รับพลังแล้วค่ะ
.
เพราะฉะนั้น ในโรงพยาบาล สปา เวลเนส
หรือการฮีลลิ่งแบบกลุ่ม
จึงนิยมใช้วิธีนี้มาก
เนื่องจากผู้รับเพียงแค่มารับบริการ
ผู้รับไม่ต้องทำอะไรเลยก็ได้รับพลังงานแล้วค่ะ
.
______
.
ทีนี้มาพูดถึงการปรับพลังงานกันบ้าง
การปรับพลังงาน เป็นการทำให้ผู้รับ/ผู้ฝึก สามารถเชื่อมต่อพลังงานนั้นได้ด้วยตัวเอง
ดังนั้นการปรับพลังงาน
คุณจะกลายเป็นผู้ใช้พลังงานด้วยตัวเอง
เช่น ผู้ที่เรียนเรกิ
จะผ่านกระบวนการปรับพลังจากผู้สอน/มาสเตอร์
เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อกับพลังงานนั้นได้
หลังจากนั้น
คุณสามารถใช้พลังงานได้เอง
แล้วยังส่งพลังงานเรกิต่อให้คนอื่นได้ด้วย
.
.
.
การปรับพลังงานมีอะไรบ้าง?
โดยทั่วไป แบ่งออกเป็น 3 แบบหลัก ๆ ค่ะ
1. แอดทูนเม้นท์ (Attunement)
2. อินนิทิเอชั่น (Initiation)
3. ทรานส์มิชชั่น (Transmission)
.
เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้นแอนจะอธิบายทีละประเภทให้ฟัง
ดังนั้นแอนจะแบ่งเป็น 3 ตอน เพื่อให้โพสต์ไม่ยาวจนเกินไปนะคะ
.
_______
.
Attunement คืออะไร?
สายพลังงานส่วนใหญ่จะใช้กระบวนการปรับพลังที่เรียกสั้น ๆ ว่า “แอดทูน”
แอดทูน เป็นวิธีที่ใช้กันแพร่หลายมาก
เพราะง่าย เร็ว และค่อนข้างมีประสิทธิภาพ
.
นึกภาพง่าย ๆ ว่า พลังงานเหมือนกับสัญญาณวิทยุค่ะ
เวลาเราปรับจูนคลื่นวิทยุ เราก็หมุนคลื่นสัญญาณไปยังช่องสัญญาณที่เราต้องการ
.
ดังนั้น ผู้สอน/มาสเตอร์ ก็ทำหน้าที่เป็นตัวกลางหมุนคลื่นสัญญาณไปยังช่องนั้น แล้วก็บอกผู้รับว่า …
“นี่นะ ช่องสัญญาณนี้เรียกว่าเรกิ”
.
ผู้ฝึกก็จำได้ว่าช่องสัญญาณเรกิอยู่ตรงนี้
ในครั้งต่อไป จึงสามารถหมุนมาช่องสัญญาณนี้และคอนเนคพลังงานได้เองค่ะ
.
ดังนั้น การแอดทูนจึงใช้อย่างแพร่หลายกับพลังงานทั่วไป เช่น เรกิ, Gold Reiki, Lightarian, Full Spectrum Light, เป็นต้น
.
.
กระบวนการแอดทูนอาจะแตกต่างกันออกไป ตามผู้ถ่ายทอด
แต่หลักการเดียวกันคือ “ให้ผู้รับพลัง สามารถใช้พลังงานนั้นได้เอง”
.
_____
.
แล้วแอดทูนเองได้ไหม?
คำตอบคือ “ได้ … แต่มีข้อควรตระหนักรู้ก่อน”
อาจารย์อูซุย ผู้ค้นพบเรกิ
ก็สามารถเชื่อมต่อกับเรกิได้ บนภูเขาคุรามะได้เอง
แต่ก่อนหน้านั้นอาจารย์ใช้เวลา
ฝึกฝนหลายปี รวมทั้งฝึกอยู่ที่วัดในเกียวโตด้วย
และทำสมาธิบนภูเขาคุรามะต่อเนื่อง 21 วัน
กว่าจะเชื่อมต่อได้
.
ข้อควรตระหนักรู้ก่อนก็คือ…
พลังงานบนโลกและในจักรวาลเรามีเยอะมากกกกกค่ะ มากจนนับคนาไม่ได้
แค่ส่วนที่แอนได้เคยศึกษาและแอดทูนมาก็หลายร้อยพลังงาน
ดังนั้น หากคุณไม่เคยเข้าใจเรื่องพลังงาน ไม่เคยสัมผัสพลังงานได้ ไม่รู้ว่าพลังแต่ละประเภทต่างกันยังไง ไม่รู้ว่าช่องสัญญาณที่คุณเชื่อมต่อคืออะไร ก็อาจจะทำให้สับสน งง พยายามหาคำตอบ
สุดท้ายก็อาจจะล้มเลิกไป และคิดว่าพลังงานไม่ได้ผล
ทั้งที่จริงแล้ว
แค่ยังไม่เข้าใจระบบของพลังงาน
.
_____
.
ลองนึกภาพง่าย ๆ แบบนี้ดูค่ะ
ย้อนกลับไปซักแค่ 100 ปีที่ผ่านมา โลกเรายังเป็นระบบแมนนวล ยังไม่มีระบบอินเตอร์เนต ยังไม่มี Google Map, ยังไม่มี AI
.
สมมุติว่าเราจะเดินทางไปที่ภูเขา คุรามะ ที่ประเทศญี่ปุ่น
แต่เรายังไม่เคยรู้จักคุรามะมาก่อนเลย นี่เป็นครั้งแรกของการจะไปคุรามะ
เราไม่รู้ด้วยว่าคุรามะอากาศเป็นยังไง? หน้าตาเป็นยังไง? บรรยากาศเป็นยังไง? อยู่ประเทศอะไร? อยู่ตรงไหน?
.
ดังนั้นวิธีที่เราจะไปคุรามะก็คือ หาข้อมูล หาวิธีการเดินทาง แล้วไปเดินทางหาเอาเอง จะถามคนข้างทางก็พูดภาษาเขาไม่ได้ ไม่รู้ว่ามีมิจจี้รึเปล่า อากาศเป็นยังไง หนาวไหม? ต้องเตรียมอุปกรณ์อะไรไปบ้าง? บลาๆๆ
.
ถ้าคุณมีการเตรียมตัวมาดี ฝึกฝนมามากพอ เช่น ไปเรียนภาษาญี่ปุ่นมา 3 ปี ไปฝึกเดินเขามา 1 ปี ออกกำลังกายเตรียมพร้อมมา 6 เดือน ฝึกสังเกตสิ่งรอบข้าง การสื่อสาร ฯลฯ
คุณอาจจะใช้ระยะเวลาฝึกฝนมากหน่อย
อาจจะใช้เวลา 1 ปี 3 ปี หรือ 10 ปี…จนคุณสามารถไปถึงคุรามะได้
.
.
.
ในขณะที่ ผู้สอน/มาสเตอร์ เปรียบเสมือน “ไกด์นำทาง” ที่ได้รับการรับรองจากสมาคมฯ
เคยพาคนไปคุรามะมาแล้วมากกว่า 7 ปี
มีประสบการณ์ที่สะสมมาระหว่างทาง รู้ว่าสภาพอากาศเป็นยังไง ควรจะต้องเตรียมพร้อมอะไรบ้าง ต้องไปตรงไหนก่อน แวะพักตรงไหนเหมาะสม และรู้ว่าจะต้องสื่อสารกับแต่ละคนยังไง
.
ทำให้สามารถย่นระยะเวลาลงมาได้
ภายใน 1-2 วัน ก็พาคุณไปถึงยอดเขาคุรามะได้เลย
.
หลังจากนั้นคุณก็สามารถเดินทางไปคุรามะเองได้แล้ว เพราะจำทางได้แล้ว จำบรรยากาศได้แล้ว
.
.
ดังนั้นทั้ง 2 วิธีทำให้คุณไปถึงคุรามะได้เหมือนกัน
ต่างกันที่ “เวลา” ค่ะ
ไม่ว่าจะยุคไหน ๆ เวลาก็เป็นทรัพยากรที่สำคัญและมีคุณค่า
จะดีกว่าไหมถ้าเราสามารถย่นระยะเวลาที่ไม่จำเป็นออกไปได้
เราสามารถไปถึงเป้าหมายของเราได้เลย
เราได้เรียนรู้จากข้อมูลจริงที่ผ่านการนำทางมาแล้วมากกว่า 7 ปี
จริงไหมคะ?
.
_____
.
บทความหน้า
แอนจะพาไปต่อในเรื่องของ Initiation
วิธีการนี้ก็น่าสนใจมาก เพราะเป็นวิธีแบบเฉพาะ และมีรูปแบบที่ถ่ายทอดมามากกว่า 4,500 ปี!
.
แล้วพบกันค่ะ
Sou Good Healing














